ประวัติอูคูเลเล่

คำว่า Ukulele หรือ อูคูเลเล่ นั้นเป็นภาษาฮาวาย อ่านว่าแบบฮาวาย สะกดภาษาไทยได้ใกล้เคียงสุดว่า “อู-คู-เล-เล่” มีความหมายว่า หมัดกระโดด ตามที่คนฮาวายสมัยก่อนราวปีค.ศ. 1879 ได้พบชาวโปรตุเกส ที่หนีภัยแล้งจากเกาะมาเดร่า อพยพเดินทางมาทำงานไร่อ้อยที่ฮาวาย ซึ่งการรอนแรมข้ามมหาสมุทรใช้เวลานานนัก พวกเขาจึงนำเครื่องดนตรีสี่สายตัวน้อยนี้ติดมาด้วย พอแรกเห็นการเคลื่อนไหวของนิ้วผู้เล่น ที่เปลี่ยนคอร์ดไปมาอย่างรวดเร็ว คล้ายตัวหมัดกำลังกระโดโลดเต้น ชาวฮาวายก็เรียกมันว่า “อูคูเลเล่” ส่วนที่อื่นๆ ในโลกก็มีการเรียกชื่ออูคูเลเล่แตกต่างกันออกไปเล็กน้อย 

ส่วนลักษณะทางกายภาพของอูคูเลเล่นั้น เป็นเครื่องดนตรีทำจากไม้ได้หลายชนิด แต่ไม้ดั้งเดิมที่ทำที่ฮาวายจะใช้ไม้โคอะ (Koa) อูคูเลเล่รูปร่างคล้ายกีตาร์คลาสสิค แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก และมีสายเพียง 4 เส้นเท่านั้น ต่างจากกีตาร์ที่มีถึง 6 สาย เนื่องจากขนาดที่เล็กกว่ามาก เสียงของอูคูเลเล่ก็เล็กไปตามตัวของมัน ยิ่งไปกว่านั้นการตั้งสายแบบ re-entrance tuning ทำให้อูคูเลเล่ยิ่งให้สุ้มเสียงเจื้อยแจ้วกว่าเครื่องสายชนิดอื่นๆ ว่ากันว่าเล่นอูคูเลเล่แล้ว เพลงเศร้าก็อาจกลายเป็นเพลงอารมณ์ดีได้ด้วยลักษณะเสียงของมัน 

(มีรายละเอียดอีกมาก ชมในคลิ๊ปด้านล่างได้เลยครับ)

มาชมสาระน่ารู้ และประวัติศาสตร์อูคูเลเล่กันครับ โดยบรรยายนี้คือการบรรยายที่เคยได้ไปใช้สอนที่มหาวิทยาลัยมา และได้นำมาเล่าใหม่ให้ฟังอีกครั้ง เพื่อท่านที่สนใจความเป็นมาของอูคูเลเล่ จะได้ไขข้อข้องใจครับ