อูคูเลเล่ 4 สำนักหลัก แห่งฮาวาย

ถ้าพูดถึงอูคูเลเล่ แน่นอนว่าสถานที่ๆ ทุกท่านจะนึกถึงต้องเป็นฮาวาย แห่งกำเนิดของประวัติศาสตร์อูคูเลเล่ ที่ย้อนหลังยาวไกลมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1879 

น่าเสียดายที่ในปัจจุบัน สำนักผลิตอูคูเลเล่เจ้าแรกได้ยุติการผลิตไปแล้ว แต่ตำนานความขลังของอูคูเลเล่จากฮาวายยังไม่สิ้นสุด เพราะ ณ ปัจจุบัน ยังคงมีผู้ผลิตอูคูเลเล่ของฮาวาย ที่สืบทอดตำรับการสร้างอูคูเลเล่มายาวนานเกิน 100 ปี เคียงข้างกับสำนักผลิตอูคูเลเล่สุดขลัง ที่แม้จะมีชั่วโมงบินไม่นานเท่า แต่มีตำรับในการสร้างอูคูเลเล่โดดเด่นไม่แพ้กัน จนชาวอูคูเลเล่ต่างพากันกล่านขานถึงผู้สร้างอูคูเลเล่เหล่านี้ว่า 4 K ผู้ยิ่งใหญ่ของวงการอูคูเลเล่ฮาวาย และนี่คือเรื่องเล่าคร่าวๆ เกี่ยวกับสำนักทั้ง 4 จากผมครับ

Kamaka 

คามาค่า ถือเป็นอูคูเลเล่สำนักที่เก่าแก่ที่สุดที่จังดำเนินกิจการอยู่ เพราะตั้งแต่ปี 1916 เขาได้สืบทอดการสร้างอูคูเลเล่จากรุ่นทวดมาสู่รุ่นเหลนแล้ว โดยที่ยังสืบทอดตำรับการสร้างดั้งเดิม ผสมผสานกับนวัตกรรมร่วมสมัย ออกมาเป็นอูคูเลเล่ในฝันของใครหลายคน

ปัจจุบัน Kamaka ยังคงสร้างอูคูเลเล่ได้ปีละไม่กี่พันตัว และไม่เพียงพอต่อความต้องการทั่วโลก ทว่าเขายังไม่อยากจะขยายการผลิต หากต้องเสียด้านคุณภาพและความใกล้ชิดในการดูแลไป โดยทุกคนในตระกูล Kamaka ยึดคำสั่งเสียของ Samuel Kamaka ผู้ก่อตั้งว่า “ถ้าเราเอานามสกุลของเรามาเป็นยี่ห้อ ห้ามสร้างของห่วยๆ ออกมาเด็ดขาด”

เสียงอูคูเลเล่ของ Kamaka จะมีความทุ้มหนากว่าใคร ด้วยว่ามีต้นแบบมาจากอูคูเลเล่ทรงสับปะรด ที่เป็นทรงที่ Kamaka เป็นผู้คิดค้นขึ้นมา เมื่อมาทำทรงปกติ ก็ถอดเอาเคล็ดลับการสร้างจากทรงกลม ที่ให้เสียงอ้วนหนากว่ามาด้วย ซึ่งหากใครถวิลหาสุ้มเสียงแบบอูคูเลเล่ดั้งเดิม ที่บรรเลงเพลงแจ๊สหรือเพลงฮาวายอยู่ในแผ่นเสียงมากมายจากยุคก่อน อูคูเลเล่คามาค่าคือตัวเลือกที่ดีของคุณ

Kamaka แบ่งการผลิตอูคูเลเล่ออกเป็นสามประเภท ประเภทแรกคือรุ่นทั่วไป จะมีทุกขนาดของอูคูเลเล่ แต่จะเป็นงานเรียบๆ อูคูเลเล่ประเภทนี้จะสร้างโดยลูกหลานหนุ่มๆ และทีมงาน ซึ่งประกอบไปด้วยคนหูหนวกจำนวนหนึ่ง สาเหตุที่ใช้คนหูหนวกมาสร้างอูคูเลเล่มีสองเหตุผล หนึ่งคือช่วยให้งานผู้ด้อยโอกาส สองใช้ความสามารถพิเศษของคนหูหนวก ที่สามารถสัมผัสรับรู้การสั่นสะเสือนของไม้ได้ดีกว่าคนปกติ มาช่วยในการเลือกไม้ที่เข้ากันได้ดีที่สุดมาประกอบอูคูเลเล่

ผมขอทิ้งท้านด้วยเคล็ดลับการเช็คปีผลิต ในกรณีที่คุณไปเจออูคูเลเล่มือสอง หรือมือหนึ่งที่ไหนสักแห่ง แล้วอยากทราบว่ามันใหม่หรือเก่าแค่ไหน สำหรับอูคูเลเล่ที่ผลิตในระยะไม่นานมากมานี้ วิธีดูปีที่ผลิตของ Kamaka ให้สังเกตุที่ฉลากที่แปะอยู่ด้านใน 

ยกตัวอย่างในภาพ ตัวนี้มีเลข 123283 ตัวเลขสองตัวหน้าคือปีที่ผลิต 12 (2012) ส่วนตัวเลข 4 ตัวหลังนั้นคือลำดับที่ผลิต ซึ่งคือตัวที่ 3,283 ของปี ซึ่งอูคูเลเล่ในภาพคือตัวที่เขานำไปแสดงที่งาน NAMM Show งานแสดงเครื่องดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผมพอจะเดาได้ว่ามันผลิตราวเดือนธันวาคม เพราะงาน NAMM เกิดขึ้นทุกปีในเดือนมกราคม ส่วน Kamaka ก็ผลิตอูคูเลเล่ได้ราว 3 พันกว่าตัวต่อปี คำตอบสุดท้ายจึงเป็นเดือนธันวาคมครับ

ส่วนอูคูเลเล่ของ Kamaka รุ่นเก่าๆ ระดับวินเทจอูคูเลเล่นั้น จะมีการดูฉลากที่แตกต่างออกไปครับ

Ko’olau Ukulele

Ko’olau หรือ โคโอเลา เป็นสำนักอูคูเลเล่ที่นำชื่อของเทือกเขาที่พาดผ่านกลางเกาะ Oahu ของฮาวายมาใช้ ซึ่งภาพของเทือกเขานั้นก็ปรากฏอยู่บนฉลากของเขาด้วยครับ 

สเน่ห์ของสำนักอูคูเลเล่แห่งนี้คือ เขามีกันอยู่ไม่กี่คน พ่อ ลูก และ ช่างอีกหนึ่งคน โดยคนพ่อเป็นถึงอดีตผู้เชี่ยวชาญการซ่อมกีตาร์และอูคูเลเล่ของมาร์ตินประจำฮาวาย ใครมีปัญหาต้องการซ่อมกีตาร์หรืออูคูเลเล่ราคาแพง ต้องมาหาเขาทั้งสิ้น ต่อมาได้หันมาสร้างอูคูเลเล่ เมื่อราว 20 ปีที่ผ่านมานี้ โดยมีลูกชายคนโตเป็นนายช่างใหญ่ ที่สร้างอูคูเลเล่ทุกตัวของทีนี่ทีละตัว ส่วนช่างอีกคนหนึ่งจะสร้างเฉพาะอูคูเลเล่รุ่นพืเศษ Arch Top ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ไม่แน่ใจว่าคนนี้ยังอยู่หรือไม่นะครับ และจริงๆ เขามีลูกชายอีกคน แต่คนเล็กนี้ ได้ไปเปิดร้านอูคูเลเล่ ไม่ได้มาช่วยสร้าง แต่ช่วยโปรโมทอูคูเลเล่อย่างดีงาม

ใครชอบอูคูเลเล่ที่เวลาเล่นแล้วโน๊ตออกมาชัดๆ เป็นตัวๆ เสียงเคลียร์สุดๆ เห็นจะต้องเทความสนใจมาที่ Ko’olau ครับ แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้หากจะหามาครอบครอง ของใหม่มีแต่คัสตอมเท่านั้น ส่วนของมือสองก็หายากเต็มที เพราะไม่ค่อยมีใครขาย

แรกเริ่มเดิมทีแบรนด์นี้เขาสร้างอูคูเลเล่ระดับมาตรฐานทั่วไปควบคู่ไปกับรับงานระดับคัสตอมเมดด้วย แต่เมื่อไม่กี่ปีก่อน ได้มีการเปลี่ยนทิศทางใหม่ ให้โรงงานวันแมนโชว์รับเฉพาะงานคัสตอมเท่านั้น รุ่นปกติเลิกสร้าง แล้วมีไลน์การผลิตรุ่นเบสิคจากอินโดนีเซีย ภายใต้แบรนด์ Pono มาสมทบแทน

สำหรับฉลากของบ Ko’olau เราจะไม่ทราบเลยว่าอูคูเลเล่นั้นทำขึ้นปีไหน เพราะจะมีแค่ตัวเลขประจำเครื่อง แต่จะมีลายเซ็นต์ของผู้สร้างลงไว้ สำหรับตัวนี้ แน่นอนว่าสร้างโดย Noa Bonk ลูกชายคนโตของ John Kitakis

Kanile’a

Kanile’a เป็นอูคูเลเล่จากฮาวายที่ทันสมัยที่สุด ก่อตั้งโดยลูกหลานของชาวโปรตุเกสที่เดินทางมาฮาวาย พร้อมๆ กับอูคูเลเล่เมื่อปี 1879 (เขาเล่าให้ผมฟังแบบนั้น) โดยผู้ก่อตั้งอดีตนักผจญเพลิงผู้พิสมัยอูคูเลเล่ จนในที่สุดเมื่อราว 20 ปีก่อน เขาก็หันมาสร้างอูคูเลเล่แบบหัวก้าวหน้า

ที่ว่าทันสมัยก็เพราะอูคูเลเล่ของเขา มีการทำโครงสร้างภายในไม่เหมือนใคร เรียกว่า TRU Bracing มีสรรพคุณทำให้อูคูเลเล่ของ Kanile’a (คา-นิ-เล-อะ) ให้เสียงกังวาลยาวนานกว่าใคร ยิ่งไปกว่านั้น เขานำเทคนิคการเคลือบไม้ผ่านรังสียูวี UV Cured ซึ่งเคลือบด้วยสานโพลีเอสเตอร์ ช่วยปกป้องเนื้อไม้ได้ดีกว่าการเคลือบทุกแบบ มีความมันวาวสวยงามกว่า และที่สำคัญยังไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย ทันสมัยไหมครับ

ความเจ๋งของ Kanile’a อีกอย่างคือ เขามีความชำนาญในการเอาทรายมาตกแต่งอูคูเลเล่ด้วยอินเลย์จากทราย ซึ่งจะใช้ทรายทั่วไปไม่ได้ เพราะเม็ดจะใหญ่เกินไป แต่เขาต้องไปเก็บละอองทรายที่ลมพัดลอยขึ้นมาตกบนสะพานริมหากไคลัว ทางทิศเหนือของเกาะ

เอกลักษณ์อีกอย่างของเขาคืออูคูเลเล่ทุกรุ่น จะใช้หมุดยึดสายแบบเดียวกับกีตาร์โปร่ง 

หากสังเกตุที่อินเลย์บนหัวของอูคูเลเล่ จะเห็นทรายเนื้อละเอียดอัดแน่นอยู่แล้วเคลือบมันวับด้วยกรรมวิธีทันสมัยที่สุดในวงการ ที่สามารถเห็นได้จากความมันวาวทางมุมขวา

วิธีอ่านฉลากของ Kanile’a ว่าผลิตเมื่อไหร่นั้นง่ายมาก จากตัวอย่างนี้ เลข 0316-14625 ที่เห็น สี่ตัวแลกคือเดือนและปีที่ผลิต นั่คือ เดือน 3 ปี 2016 ส่วนเลขหลักหมื่นนั้นคือจำนวนที่ผลิต ซึ่งนับตั้งแต่ตัวแรกที่มีการผลิตเลย ซึ่งผมเองโชคดีมากๆ ได้เป็นเจ้าของตัวที่ 9999 ด้วยนะครับ

KoAloha

KoAloha เป็นอีกหนึ่งสำนักอูคูเลเล่ที่น่าสนใจมาก เพราะเขาแรกเริ่มเดิมที่เป็นโรงงานผลิตอคริลิก แต่ได้ปรับเปลี่ยนทิศทางมาเป็นสร้างอูคูเลเล่เมื่อราว 20 กว่าปีก่อน และได้คิดค้นรูปแบบอูคูเลเล่ของตัวเองขึ้นมา ซึ่งเอกลักษณ์ทางด้สนเสียงนั้นชัดเจนมาก เพราะเสียงของอูคูเลเล่ KoAloha จะใสแจ๋วกว่าใคร หากใครชอบความใส นี่คืออูคูเลเล่ที่น่าสนใจสำหรับคุณ

นอกจากความใสแล้ว อูคูเลเล่ KoAloha ยังมีความพิเศษในด้านรูปลักษณ์มากด้วย เช่นหัว ต้นคอ ที่เป็นทรงหยัก ที่เรียกว่ามงกุต หรือ Crown ในภาษาอังกฤษ หรือจะเป็นซาวด์โฮลที่มีรูปร่างเหมือนข้าวปั้นญี่ปุ่น ที่ KoAloha เรียกมันว่า Musubi 

แต่ความเจ๋งซ่อนอยู่ข้างใน เพราะปกติอูคูเลเล่ทุกตัวจะมีโครงสร้างภาพในคล้ายกัน มีเบรซซิ่งที่ทำหน้าที่สร้างความกังวาลให้เสียงไปพร้อมๆกับเสริมความแข็งแรงวิ่งอยู่ทั่วไม้หน้าด้านใน แต่ของโคอโลฮ่าไม่ เขามีเพียงโครงไม้สี่เหลี่ยมวางขวางอยู่กลางลำตัวของอูคูเลเล่ เรียกว่า Uni-brace ซึ่งมีแต่สำนักนี้ที่ใช้มัน และนั่นคือที่มาของสุ้มเสียงที่ดังใสแจ๋วของเขา

สำหรับฉลากของ Ko’olaha คุณจะไม่สามาระทราบเวลาที่ผลิตได้เลย เพราะมันไม่เขียนอะไรไว้เลย แต่ให้ลองมองลึกเข้าไปในซาวด์โฮล ตามภาพด้านล่าง จะมีเดือนและปีที่ผลิตประทับไว้  แต่วิธีลงวันเดือนผลิตนี้ไม่ค่อยคงทน เพราะจากในภาพ ผลิตเดือนเมษายน ปี 2014 เลขปีค.ศ.ได้เลือนลางไปแล้วครึ่งหนึ่ง 

ตอนนี้ KoAloha มีรุ่นที่ผลิตที่ประเทศไทยแล้วนะครับ ราคาเบาลง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างดีงามพอๆ กับของทำฮาวายเลยทีเดียว

จบแล้วนะครับ การเล่าคร่าวๆ เกี่ยวกับอูคูเลเล่สำนักหลักๆ ของฮาวายทั้ง 4 สำนัก ซึ่งจริงๆ แล้วอยากจะเล่ารายละเอียดมากกว่านี้เยอะ แต่เนื่องด้วยพื้นที่และเวลาจำกัด จึงขอมาเล่าต่อในโอกาสต่อๆ ไปครับ หากมีอะไรผิดพลาดขออภัยนะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *