อูคูเลเล่ ราคาต่างๆ ต่างกันอย่างไร

อูคูเลเล่ราคาตัวละเท่าไหร่?

เป็นคำถามที่เราได้ยินบ่อยมากๆ ซึ่งคำตอบนั้นกว้างมากเหลือเกิน เนื่องจากอูคูเลเล่นั้น ก็เหมือนกับทุกสิ่งทุกอย่าง ที่มีตั้งแต่แบบเกรดต่ำไปจนสูง แน่นอนว่าราคาก็ย่อมต่างกันตามคุณภาพของมัน ซึ่งหลักๆ แล้ว ราคาของอูคูเลเล่นั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้ครับ

  1. วัสดุที่นำมาสร้างเป็นอูคูเลเล่ หลักๆ ก็คือไม้นั่นเอง โดยไม้ที่นำมาทำอูคูเลเล่นี้ก็มีกันหลายแบบ ตั้งแต่ไม้ลามิเนตเกรดต่ำจนถึงเกรดดี ไม้โซลิดหลายหลายสายพันธุ์ ที่ราคาแตกต่างกันไปตามความหายากและสวยงาม

    จะมีบ้างที่ใช้วัสดุอื่นนอกเหนือจากไม้ ซึ่งบางวัสดุอย่างพลาสติกอูคูเลเล่ก็จะราคาเบากว่าไม้ แต่หากเป็นวัสดุสังเคราะห์อย่าง E-Koa ก็จะราคาสูงกว่าไม้บางชนิด
     

  2. ความปราณีตและการเอาใจใส่ในการสร้าง มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะอูคูเลเล่ที่รีบๆ สร้าง โดยคนงานคุณภาพต่ำ ประกอบอูคูเลเล่ขึ้นอย่างเร่งด่วน แข่งกับเวลา ให้ได้ปริมาณเยอะๆ เข้าว่า ย่อมมีคุณภาพต่ำกว่า อูคูเลเล่ที่ผู้สร้างพิถีพิถัน ใช้เวลาในการสร้างเต็มที่ เก็บความเรียบร้อย แต่งเสียง ตกแต่งความสวยงามต่างๆ ปรับการสัมผัสจนดีที่สุด จึงจะปล่อยออกมา ราคาก็จะขึ้นอยู่กับตรงนี้ด้วย
  3. ที่มาของอูคูเลเล่ก็มีความเกี่ยวเนื่องจากราคา ผู้ผลิตที่เป็นสำนักผลิตที่มีประวัติยาวนานเป็น 100 ปี จากฮาวายอย่าง Kamaka หรือจากญี่ปุ่นเช่น Kiwaya ถือเป็นแบรนด์ชั้นดี นอกจากคุณภาพจะดีอย่างไม่ต้องสงสัยแล้ว คุณค่าของอูคูเลเล่ก็สูงนักหนา เมื่อเทียบกับอูคูเลเล่จากผู้ผลิตโนเนมแล้ว อย่างไรแบรนด์ดังก็ราคาสูงกว่า ทั้งนี้ก็เพราะของเขานอกจากคุณภาพดี มีความสวยงามแล้ว ยังมีความขลังติดมาด้วย

อูคูเลเล่ราคาต่ำกว่า 2,000 บาท

สำหรับอูคูเลเล่ประเภทนี้ จากประสบการณ์กว่า 10 ปีของเรา ได้ผ่านอูคูเลเล่มามากมายก่ายกอง พบว่าอูคูเลเล่ประเภทนี้มีตั้งแต่ตัวละไม่กี่ร้อยขึ้นไป บางส่วนจะเป็นอูคูเลเล่ที่ใช้ไม่ได้เลย ประเภทมีสี่สายขึงไว้แต่เล่นอะไรจริงจังไม่ได้ เหมาะจะใช้ตั้งโชว์ เนื่องจาก Intonation ไม่ได้มาตรฐาน เล่นไปเสียงเพี้ยนบ้าง เสียงทึบบ้าง เฟร็ทคมบ้าง ที่โหดที่สุดคือมีกลิ่นเหม็นอับเนื่องจากการรีบผลิต (เคลือบยังไม่แห้งแล้วรีบบรรจุ ราขึ้น) ติดมาด้วย  แต่อีกส่วนหนึ่งก็สามารถเล่นได้ แม้เสียงจะไม่ได้ดังกังวาลนัก แต่ไม่เพี้ยน ลูกบิดเสถียร และเฟร็ทไม่บาดนิ้ว จะเจอแบบไหนขึ้นอยู่กับความโชคดี และความเข้าใจในการเลือกอูคูเลเล่

ยังไงก็ตามความสวยงามของอูคูเลเล่ราคานี้จะไม่ค่อยมาก ความสวยงามในที่นี้หมายถึงทั้งความเนี๊ยบของงาน และดีไซน์ที่หลายท่านลงความเห็นว่ายังขาดๆ เกินๆ ไปบ้าง แต่หากบางท่านชอบก็ถือว่าดีไป ในช่วงราคานี้จะพบกับอูคูเลเล่ยอดนิยม U900 เวอร์ชั่นของปลอมด้วย ซึ่งมีความแตกต่างจากของแท้หลายจุด ทั้งหน้าตาและคุณภาพ 

ยังไงก็ตามสำหรับท่านที่ตั้งงบไว้เท่านี้ หากนำมาเล่น ถ้าพบกับตัวที่โอเค ก็จะสามารถนำมาใช้ได้พอหอมปากหอมคอ แต่ไม่สามารถนำมาเทียบกับอูคูเลเล่เกรดที่ดีขึ้นมาได้เลย แต่ผู้ที่เลือกหาอูคูเลเล่จากกลุ่มนี้ ส่วนมากจะไปได้ตัวต่ำกว่ามาตรฐานมา หัดไปไม่นานก็มักเลิกเล่น ด้วยเหตุผลที่สรุปว่าอูคูเลเล่คือแค่ของเล่น หรือไม่ก็หัดไม่สำเร็จ เพราะอุปกรณ์ทำให้เล่นได้ยาก หรือไม่ก็ขาดสเน่ห์ดึงดูดให้อยากหยิบขึ้นมาใช้ 

ทางเราปกติไม่มีอูคูเลเล่ประเภทนี้ แต่ได้นำอูคูเลเล่บางรุ่นที่เห็นว่าน่าจะลดราคาเพราะเก่าเก็บ มาโล๊ะเพื่อให้ท่านที่ตั้งงบไว้แถวนี้ ได้มีของที่โอเคไปใช้ ซึ่งเมื่อหมดแล้ว จะหมดเลย นั่นคือ Makala Dolphin ที่ทำจากพลาสติกผสมไม้ และ Ukadelic ที่มีงานสกรีนเป็นลวดลายต่างๆ ทั้งสองเป็นรุ่นเริ่มต้นของแบรนด์ระดับโลกเลยทีเดียว 

อูคูเลเล่ราคาตัวละ 2,000 – 5,000 บาท

สำหรับอูคูเลเล่ในกลุ่มนี้ คุณภาพจะดีขึ้นมากว่าอูคูเลเล่ราคาต่ำกว่านี้อย่างเห็นได้ชัด แม้ไม่ที่นำมาทำจะไม่ใช่ไม่โซลิด แต่ก็จะเป็นลามิเนตที่โอเค โดยจะมีตั้งแต่ลามิเนตเกรดเริ่มๆ ไปจนถึงลามิเนตเกรดดีที่สุดแบบที่ใช้ในอูคูเลเล่ของ aNueNue รุ่นเริ่มๆ

อูคูเลเล่ในช่วงราคานี้ หากว่างบประมาณถึง เหมาะที่จะเป็นอูคูเลเล่สำหรับนำมาใช้เรียนหรือหัดเล่นเป็นเรื่องเป็นราวมาก เพราะลูกบิด สายอูคูเลเล่ที่ใส่มา การเก็บงานต่างๆ จะดีมีมาตรฐานระดับหนึ่ง สุ้มเสียงที่เล่นออกมาจะกังวาลขึ้น ไม่ทึบ ไม่ห้วน มีเสียงที่เที่ยงตรง ลูกบิดดี ใช้แล้วจะเกิดความอยากเล่น

ในระดับนี้ขอแนะนำ aNueNue Rainbow Series B1 B2 B3 คุณภาพใช้ได้ มีโณงเรียนชั้นนำหลายแห่งเลือกนำไปให้นักเรียนใช้ประกอบการเรียน มาพร้อมกระเป๋าครับ

อูคูเลเล่ราคาตัวละ 5,000 – 10,000 บาท

ในราคานี้ อูคูเลเล่ที่ได้จะทำจากลามิเนตเกรดดีมาก งานปราณีตจัดๆ อย่างของ Kiwaya ไปจนถึงอูคูเลเล่ไม้โซลิดของ aNueNue ที่มีคุณภาพ ดีไซน์สวยงาม ทั้งนี้แบรนด์อื่นๆ ในราคานี้ก็ล้วนแต่เป็นอูคูเลเล่ที่ดีขึ้นมาอีกขั้น 

อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงช่วงราคานี้ขึ้นไป อยากให้ทำการเช็คกันก่อน ว่าแบรนด์ที่กำลังสนใจ มีตัวตนในโลกของอูคูเลเล่หรือไม่ เพราะหากเป็นแบรนด์ที่เป็นที่นิยมในแวดวงอูคูเลเล่ ก็จะน่าเชื่อถือ และเชื่อมั่นในราคา แต่หากผู้ผลิตไม่เป็นที่รู้จัก ก็ไม่น่าเสี่ยงนักที่จะเสียเงินราคานี้ไป 

วิธีดูง่ายๆ คือไปดูตามเว็ปไซต์ร้านขายอูคูเลเล่ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเราทราบกันดีอยู่แล้วว่าที่ญี่ปุ่นเขาซีเรียสเรื่องคุณภาพกันขนาดไหน หากร้านที่นั่นขายอะไร มั่นใจได้สิ่งที่เขาขายคุณภาพดีแน่ๆ อีกอย่างคือเวลาญี่ปุ่นชอบอะไร เขาจะไปให้สุด ค้นหา เสาะสแวงของดีจากทั่วโลก ฉะนั้นถ้าแบรนด์ไหนมีขายที่ญี่ปุ่น แปลว่าใช้ได้เลยครับ

ในช่วงราคานี้ aNueNue ไม้หน้าโซลิด  TM และ SS Series กับ Kiwaya รุ่นผลิตจีน เป็นตัวเลือกที่แนะนำ

อูคูเลเล่ราคาตัวละ 10,000 – 30,000++

พอมาถึงช่วงราคานี้ เกือบทั้งหมดจะเป็นอูคูเลเล่ไม้โซลิด (ยกเว้น Kiwaya อย่าง KS-5 ที่เป็นลามิเนตโคอะ เสียงดี สัมผัสดีมากๆ ) โดยราคาจะแตกต่างกันไปตามขนาดของอูคูเลเล่ และชนิดของไม้ที่นำมาสร้างอูคูเลเล่ 

ในย่านราคานี้เราไม่ต้องกังวลหรือมาจับผิดด้านคุณภาพของอูคูเลเล่แล้ว เพราะพอมาระดับราคานี้ ทุกผู้ผลิตจะมีความพิถีพิถัน เอาใจใส่ในรายละเอียด วัสดุ อุปกรณื ต่างๆ จะเป็นของดี มั่นใจได้ว่าได้อูคูเลเล่ดีแน่นอน

ความแตกต่างของราคาจะมาจากชนิดของไม้ และผู้ผลิตเป็นสำคัญ ในราคานี้คุณสามารถครอบครองอูคูเลเล่ที่งานดี เสียงเพราะ สัมผัสสบายมือ ไม่แพ้อูคูเลเล่ไฮเอนด์ของญี่ปุ่น หรืออูคูเลเล่ฮาวาย อย่าง aNueNue รุ่นดีๆ ได้ เช่น Papa, Super Lani, ASOS, Bird ที่ล้วนเป็นอูคูเลเล่คุณภาพสูงคุ้มราคาทั้งสิ้น

อูคูเลเล่อื่นๆ ในราคานี้ที่น่าสนใจมี Mainland นำชิ้นส่วนไม้จากจีน ส่งไปอเมริกาเพื่อประกอบและเซ็ทอัพ ออกมาเป็นอูคูเลเล่คุณภาพอเมริกา ราคาสบายใจ หรือจะเป็น Kiwaya รุ่นโซลิดต่างๆ ที่งานเนี๊ยบทุกอณู เล่นง่าย เสียงใส สัมผัสเบามือ

อูคูเลเล่ราคาตัวละ 30,000 – 70,000 บาท

ในราคานี้คุณสามารถครอบครองอูคูเลเล่ชื่อดังจากฮาวายได้เลย ไม่ว่าจะเป็น KoAloha Kamaka Kanile’a หรืออูคูเลเล่คัสตอมบางตัวจากญี่ปุ่น ไปจนถึงรุ่นสูงสุดของ aNueNue เลยทีเดียว

อูคูเลเล่ฮาวายจะนิยมใช้ไม้ Koa มาสร้าง ซึ่งไม้ที่มีลวดลายสวยงามบาดใจนี้มีโตที่ฮาวายเท่านั้น และอูคูเลเล่ฮาวายมาตรฐานก็ใช้ไม่ได้ โดยในตัวเริ่มๆ ลายไม้จะไม่ค่อยมีนัก เมื่อลายเยอะขึ้น สวยขึ้น ราคาก็สูงขึ้นตามไม้ไปด้วย ที่สำคัญผู้ผลิตเหล่านี้จะสร้างอูคูเลเล่ได้ไม่เยอะ เช่น Kamaka จะสร้างได้ราวๆ 3 พันตัวต่อปี ส่งไปทั่วโลก ทำให้มีคุณค่าเรื่องความแรร์เพิ่มเข้ามาอีก

ในอูคูเลเล่ราคานี้ จะมีแบรนด์ Kamaka สำนักอายุกว่าร้อยปีจากฮาวาย ที่พิสูจน์มาแล้วว่า เมื่อเวลาผ่านไป มูลค่าของอูคูเลเล่ก็ขึ้นไปด้วย ยกตัวอย่างเช่นอูคูเลเล่ของ Kamaka ที่เมื่อเกือบ 100 ปีก่อนขายอยู่แถวๆ 500 บาท ปัจจุบันมีราคาเป็น 100,000 บาท ทำให้เจ้าของอุ่นใจได้ว่าหากเก็บไปนานๆ ลูกหลานจะมีสมบัติสืบไป 

ปล. ต้องเก็บจนเก่าเป็นเครื่องดนตรีวินเทจนะครับ ราคาถึงจะขึ้น แค่ 10-30 ปีน่าจะยังไม่ขึ้น 

อูคูเลเล่ราคาตัวละ 70,000 ขึ้นไปเรื่อยๆ

เมื่อมาถึงย่านราคานี้ อูคูเลเล่ที่มีให้เลือกจะเป็นอูคูเลเล่ระดับหายากและคัสตอม บางตัวมีเพียงตัวเดียวในโลก และเกือบทุกตัวแค่มีเงินอาจยังไม่พอ ต้องรู้วิธีเสาะแสวงหามาด้วย

ขอไม่กล่าวถึงคุณภาพยาวนัก เพราะคุณภาพนั้นดีไปไกลกว่าอูคูเลเล่ประเภทก่อนหน้า เพียงได้สัมผัส และเล่นมันออกมาสักหนึ่งปลายนิ้วสัมผัส จะเข้าใจทันทีว่า สุ้มเสียง สัมผัส ช่างไพเราะ นุ่มนวล ยาวนาน และกลมกล่อมมากๆ ไหนจะความสวยงามและปราณีตอีก มันคือสุดยอดของอูคูเลเล่แล้ว

ขอหยิบมาเล่าให้ฟังสักสามผู้สร้างอูคูเลเล่ประเภทนี้ ให้เห็นภาพพอเป็นสังเขป

  • Moore Bettah ผู้สร้างอูคูเลเล่จากเกาะ Big Island ฮาวาย เขาคือคนรักธรรมชาติ ที่ทิ้งความเจริญแล้วไปใช้ชีวิตในพื้นที่แสนห่างไกลในป่า ผลิตไฟฟ้าใช้เอง แล้วใช้เวลาค่อยๆ สร้างอูคูเลเล่ที่น่าจะเทพที่สุดในโลกรายหนึ่งขึ้นมา ไม่ซ้ำกันสักตัว แต่ละตัวตกแต่งด้วยอินเลย์สวยงามมากๆ และการจะครอบครองมีอยู่สามวิธี นั่น 1. คือไปลงชื่อจับฉลากว่าใครจะได้คิวให้เขาส้างอูคูเลเล่ให้เมื่อเขาพร้อม 2. ไปประมูลแข่งกันเมื่อเขาสร้างเสร็จ 3. หาทางเป็นเพื่อนกับเขา แล้วภาวนาให้เขาสร้างอูคูเลเล่ให้เราสักตัว ทั้งนี้ราคาอูคูเลเล่ของ Moore Bettah ในปัจจุบันตกราวๆ 400,000 บาท จากการประมูล
  • Shimo คือผู้อาวุโสในโลกอูคูเลเล่ของญี่ปุ่น อูคูเลเล่ที่เขาสร้างนอกจากจะมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครแล้ว สุ้มเสียงและสัมผัสยังดีเลิศมากๆ รวมทั้งไม้ที่เขาเลือกใช้ มักมีไม้หายากเป็นส่วนประกอบ โดยงานของเขามีราคาถึง 1 ล้านเยน ซึ่งตกประมาณ 300,000 บาท และหากเขารับออเดอร์เรา จะต้องรอคอยตั้งแต่ 3-5 ปีเลยทีเดียว
  • Naturel และ Mitsuta สองผู้ผลิตนี้ ไม่เกี่ยวกัน แต่มีความคล้ายที่ความยากในการได้ครอบครองอูคูเลเล่ที่เขาสร้าง คนแรกเป็นถึงอดีตนักเจียรนัยเพชร ที่ลุ่มหลงอูคูเลเล่ และเมื่อมาสร้างอูคูเลเล่ เขามีความปราณีตสูงจนทำให้สร้างอูคูเลเล่ออกมาได้มีศีกยภาพเสียงสูงมาก และแน่นอนสวยมากๆ ด้วย ปัจจุบันเขาเป็นนักการเมืองท้องถิ่นในนาโกย่า ทำให้ในหนึ่งปี เขามีเวลาพอจะสร้างอูคูเลเล่ได้เพียง 1 ตัวเท่านั้น โดยถ้าใครโชคดีได้ซื้ออูคูเลเล่ที่เขาสร้าง ต้องกำเงินมาราวๆ 250,000 บาท คนหลังเป็นวิศวกรผู้ผันตัวมาเป็นครูสอนอูคูเลเล่ ด้วยการที่เป็นคนสอนอูคูเลเล่ ทำให้เขาเข้าใจว่าคนเล่นอูคูเลเล่จริงจังต้องการอะไร ทำให้เมื่อเขาสร้างอูคูเลเล่ ครูอูคูเลเล่ รวมทั้งลูกศิษย์ทั่วประเทศญี่ปุ่น ต่างอยากเป็นเจ้าของอูคูเลเล่ที่เขาสร้างทั้งนั้น ทว่าเขาสร้างได้เพียงปีละไม่เกิน 9 ตัวเท่านั้นเอง โดนนอกจากอูคูเลเล่ของเขาจะเล่นง่ายมากๆ แล้ว ความสวยงามและเอกลักษณืยังมาเต็ม สนนราคาอยู่แถวๆ 200,000 บาท ครับ

คราวนี้คงพอจะเห็นภาพแล้วนะครับ ว่าอูคูเลเล่นั้นมันราคาเท่าไหร่กันบ้าง ส่วนตัวแล้วคิดว่าอูคูเลเล่ก็เหมือนรถยนต์ มันพาคนไปไหนต่อไหนได้หมดเหมือนกัน แต่ความสุนทรีย์ ความสบาย ความโก้เก๋ ภาพลักษณ์ และความสวยงามมันต่างกัน

หากอยากทราบเพิ่มเติมเกี่ยวกับขนาดของอูคูเลเล่ และชนิดของไม้ที่นิยมนำมาทำ เชิญกดหัวข้อนั้นได้เลยครับ

ผู้ใช้เลือกใช้อูคูเลเล่ตามจุดประสงค์ ความต้องการ และงบประมาณ ที่เมื่อเลือกแล้วก็ตอบโจทย์ผู้ใช้กันได้ทุกแบบ ทุกราคา อยู่ที่ว่าคุณชอบแบบไหนครับ 🙂

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *